ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าฉงน ที่สามารถนำเอาความเป็นดั้งเดิม และเทคโนโลยีผสม
รวมกันไว้ได้อย่างลงตัว ขณะที่สามารถพาตัวเองก้าวรุกไปข้างหน้าจนติดอันดับประเทศที่เป็นผู้นำด้านความก้าวล้ำทันสมัย แต่ก็ยังคงรักษากลิ่นอาย และวัฒนธรรมของตัวเองไว้ได้อย่างไม่เลือนลางไปเลยเมื่อได้ลองมาเดินเล่นในย่านที่จอแจไปด้วยผู้คนพลุกพล่านทั้งวันอย่าง ย่านอุเอะโนะ(Ueno) เราสัมผัสได้ถึงความจริงในข้อนี้ตรงข้ามสถานที่ที่คึกคัก และคลาคล่ำไปด้วยคนญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวที่ต่างพากันมาจับจ่ายซื้อของ ณ ตลาดอะเมะโยโกะ(Ameyoko Market) ตลาดของถูกยอดฮิตของคนไทยอีกแห่งหนึ่ง มีมุมพักผ่อนแสนสงบอยู่ ราวกับมดที่แอบสร้างรังลึกลงไปใต้พื้นถนนที่วุ่นวายของสังคมเมือง

สวนอุเอโนะ4

สวนอุเอโนะ (Ueno Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ กว้างใหญ่พอที่จะรวบรวมเอาทั้งศาลเจ้า สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์หลายแห่งมารวมไว้อยู่ในสถานที่เดียวกันได้ ทั้งศาลเจ้าโทโชกุ (Ueno Toshogu Jinja), สวนสัตว์อุเอะโนะ (Ueno Zoo), พิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียว (Tokyo Metropolitan Art Museum), พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum),พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ (The National Museum of Western Art) ต่างพากันเดินขบวนพาเหรดมากระจัดกระจายอยู่ในสวนแห่งนี้ รวมทั้งสถานที่ที่ซึ่งจะเปิดทั้งจินตนาการ และความรู้ของเราอย่างพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National museum of nature and science) ด้วย

Lake-Sakura-Japan
บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี ในสวนอุเอะโนะ หนึ่งใน สถานที่พักผ่อนซึ่งเป็น จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี และซากุระที่สวยงามที่สุด อีกแห่งในประเทศญี่ปุ่น

Winter in Japan3

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์แห่งชาติตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของสวนอุเอะโนะ ไม่ต้องห่วงกลัวว่า สวนสาธารณะแห่งนี้จะกว้างใหญ่เกินกำลัง เพราะอากาศที่กำลังเย็นสบาย พร้อมทั้งบรรยากาศที่งดงามไปด้วยใบไม้สีเหลือง แดง ร่วงโรยราประหนึ่งเป็นพรมให้เราเหยียบเดินไป เพลิดเพลินพอที่จะทำให้เราหลงลืมความเมื่อยล้าจากการแอบเดินช้อปปิ้งฝั่งตลาดอะเมะโยโกะเมื่อครู่ลอยล่องกับการชมบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีได้ไม่นานนัก เราก็มาถึงด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์แห่งชาติจนได้ ต่อให้เดินเลยผ่านไปก็คงต้องหยุดและมองย้อนกลับมาเป็นแน่เพราะจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ รูปปั้นวาฬตัวใหญ่ยักษ์ตั้งเด่นเป็นสง่าเชิญชวนให้คนเข้ามาสัมผัสกับเรื่องราวสนุกๆ ของธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์เดินเข้าไปยังประตูด้านล่างของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นด่านแรกที่เราจะได้เข้าไปเปิดประสบการณ์ จิตนาการ และความรู้กันพนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มตามสไตล์สาวญี่ปุ่นยิ้มทักทายเป็นปกติวิสัย เราเดินเข้าไปถามทัก และขอซื้อบัตรเพื่อเข้าชมก็ได้รับการตอบกลับมาเป็นเสียงเล็กๆ อย่างกระตือรือล้นว่า 2 adults1,200 yen สำหรับราคาค่าเข้าชมเราไม่รีรอที่จะใช้เหรียญ 100 เยนที่มีจ่ายให้ครบ เนื่องจากเหรียญที่ญี่ปุ่นนั้นมีค่าดั่งทอง แค่ 100 เยน ก็ราคา 32 บาทเข้าไปแล้ว (ขึ้นกับค่าเงิน ณ ขณะนั้น) แถมยังไม่สามารถนำกลับมาแลกคืนที่เมืองไทยได้อีกด้วย ถ้ามีโอกาสใช้เราจึงจำเป็นต้องรีบใช้เหรียญอย่างไม่ลังเล สังเกตดูจากการที่พยายามยึดคติที่ว่า เมืองนอก
เราทำอะไรก็ไม่มีใครรู้จักเรา ในการกระหน่ำจ่ายเหรียญทั้ง 5 เยน 10 เยน 50 เยน รวมถึง 100 เยน ในการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ไม่มีพนักงานคนญี่ปุ่นคนไหนมองค้อนด้วยหางตา หรือบ่นกระมิดกระเมื้ยนเลย กลับกระตือรือล้นช่วยนับเหรียญ และทวนจำนวนการจ่ายเงินรวมถึงเงินทอนให้ทุกครั้ง นี่เป็นหนึ่งข้อที่เรายอมรับในนิสัยของคนญี่ปุ่น ความซื่อสัตย์ในหน้าที่ฝังอยู่ในสายเลือดเสมอ
เรารับบัตรเข้าชมมาพร้อมกับแผ่นพับแผนผังของพิพิธภัณฑ์ซึ่งในแผ่นพับแสดงให้เห็นว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2ส่วนหลักๆ คือ เจแปน แกลอรี (Japan Gallery) และโกลเบิล แกลอรี(Global Gallery) ทางด้านฝั่ง เจแปน แกลอรี ที่เป็นโซนในการจัดแสดงประวัติ และสิ่งของจากประเทศญี่ปุ่นเอง มีทั้งหมด 3 ชั้น และ
ชั้นละ 2 นิทรรศการ ยกเว้นเพียงชั้นล่างสุดจะเป็นในส่วนของเคาน์เตอร์ขายบัตรเข้าชม ร้านอาหาร และร้านค้าขายของที่ระลึกแต่ก็จะมีไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์แอบอยู่ในชั้นนี้ด้วย (ซึ่งจะขอกล่าวเป็นเรื่องราวถัดไป)

Winter in Japan
ส่วนทางด้านฝั่ง โกลเบิล แกลอรี ซึ่งเป็นโซนที่จัดแสดงสิ่งของจากทั่วโลกจะมีทั้งหมด 7 ชั้น แบ่งเป็นชั้นใต้ดิน 3 ชั้น บนดิน 3 ชั้นรวมไปถึงชั้นดาดฟ้าอีก 1 ชั้น

อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า ที่ชั้น 1 ของทางฝั่งเจแปน แกลอรีมีไฮไลท์ซ่อนอยู่ ไฮไลท์ที่ว่านี้ก็คือ ห้องเธียร์เตอร์ 360 (THEATER 360) สำหรับฉายภาพยนตร์ภาพ 360 องศานั่นเอง ทำไมห้องเธียร์เตอร์ 360 นี้ ถึงเป็นไฮไลท์สำหรับเรา… หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของโดราเอมอน คุณจะต้องเคยดูโดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ตอน บุกอาณาจักรเมฆอย่างแน่นอน จะมีตอนที่ชิซูกะ ไจแอนท์และซูเนโอะ พลัดหลงกับโนบิตะ และโดราเอมอนในดินแดนสวรรค์ซึ่งช่วงเวลานั้นเองก็ได้มีสาวน้อยจากสวรรค์คนหนึ่งพาทั้ง 3 คนไปชมภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องราวการกำเนิดดินแดนสวรรค์แบบ 360
องศา ไม่อาจทราบได้ว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นของห้องเธียร์เตอร์ 360 ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้หรือเปล่า แต่ถ้าใครเป็นแฟนพันธ์แุ ท้ของโดราเอมอนและได้ลองมาชมภาพยนตร์จากห้องเธียร์เตอร์ 360 นี้ คงจะอดเอะใจไม่ได้ว่า มันช่างเป็นฉากที่คล้ายคลึงกันเสียเหลือเกิน เพราะหากคุณเคยเพ้อฝันว่า อยากจะชมเรื่องราวของโลกมนุษย์ตั้งแต่ยุไดโนเสาร์ไล่มาจนถึงปัจจุบันแบบประหนึ่งได้นั่งเครื่องไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปชม เพียง 600 เยน ก็คุ้มแสนคุ้มที่จะได้ลองมาชมที่ห้องเธียร์เตอร์ 360 แห่งนี้ห้องเธียร์เตอร์ 360 มีโครงสร้างเป็นทรงกลมแบบลูกบอลยักษ์ เมื่อเดินเข้าไปตรงกลางจะเป็นสะพาน 2 ฝั่งให้เราได้ยืนชม

มองลงไปตรงพื้นที่เราเหยียบจะเป็นกระจกใสเพื่อความเป็น 360 องศาแบบสมจริง รอบที่เราเข้าไปชมนั้น มีคนร่วมชมอยู่เพียงไม่ถึง 10 คน เมื่อเริ่มเขาก็จะฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับความเป็นมาของโลกมนุษย์ เริ่มตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ครองแผ่นดิน ไล่เล่าถึงวิวัฒนาการมาเรื่อยๆจนถึงยุคปัจจุบัน ความพิเศษคือ ความเป็น360 องศาของเจ้าลูกบอลกลมยักษ์นี้จะทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่บนยาน และบินย้อนกลับไปชมอยู่ในยุคนั้นจริงๆ ช่างเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมา
เป็นคำพูดได้ นอกเสียจากคำอุทานเบาๆว่า “ญี่ปุ่น… แม่ง เจ๋ง!”

Winter in Japan2
หลังจากอึ้งทึ่งกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่มาเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้เราจาก
ห้องเธียร์เตอร์ 360 แล้ว เราก็เดินขึ้นไปชมนิทรรศการต่างๆ ในฝั่งเจแปน แกลอรีกัน โดยเริ่มจากชั้น 2 จะมีอยู่ 2 ห้องนิทรรศการ แบ่งเป็นห้องที่จัดแสดงเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขตของหมู่เกาะญี่ปุ่น รวมถึงสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติต่างๆของแต่ละภูมิภาค (Organisms of the Japanese Archipelago) ถัดมาอีกฝั่งหนึ่งก็จะเป็นห้องที่จัดแสดงเกี่ยวกับวิวัฒนการการใช้ชีวิตตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันของคนญี่ปุ่น (Japanese People and Nature)ซึ่งเริ่มเล่าย้อนไปตั้งแต่ 40,000 ปีก่อนที่จะมีมนุษย์มาอาศัยอยู่บนเกาะญี่ปุ่นแห่งนี้ทีเดียวเชียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *